นาทีนี้ ทำเลผุดคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ยุคใหม่ ไม่จำเป็นต้องอิงแอบไปตามแนวรถไฟฟ้าอีกต่อไป เพราะปัจจัยราคาที่ดินที่พุ่งสูงแบบไม่รั้งรอ ส่งผลให้บริษัทพัฒนาที่ดินหลายรายต้องใคร่ครวญให้หนักว่าคุ้มไหมกับการลงทุนในที่ดินราคาแพงในทำเลติดรถไฟฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ เมื่อเทียบกับการพัฒนาที่ดินในทำเลใกล้ย่าน CBD ห่างรถไฟฟ้าไปนิดแต่สามารถทุ่มลงทุนในคุณภาพการก่อสร้างได้ในทุกรายละเอียด เรียกว่าเป็นการ ‘ให้คุณภาพการอยู่อาศัยเหนือระดับ’ กับลูกค้าได้จริงๆ

ทำเลพิเศษที่ว่านี้ มีโครงการใหม่เปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนก่อน โครงการเมลานี แบงคอก ตั้งอยู่บนถนนจันทน์ ซอย 9 ดำเนินงานโดย บริษัท ไพร์มเกท เรียลตี้ จำกัด

ภาพจำในมโนคติทั่วไปเมื่อพูดถึงถนนจันทน์คือ ย่านชุมชนที่อยู่ติดกับถนนสาทร ถนนเจริญกรุง ใกล้ถนนสีลม ถนนพระราม 4 ใกล้ทางด่วน ขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 พูดง่ายๆ ว่า เป็นทำเลที่มีการคมนาคมสะดวกสบาย ไปไหนมาไหนก็คล่องตัวแม้จะใช้รถยนต์ส่วนตัวเพราะเป็นทำเลใกล้ชิดติดย่าน CBD กล่องดวงใจทางเศรษฐกิจของกรุงเทพมหานคร

เมื่อสำนักงานขายโครงการเมลานี แบงคอก พร้อมเปิดให้บริการต้นเดือนธันวาคมเป็นต้นมา โดยให้ผู้สนใจได้เข้าชมห้องตัวอย่างตกแต่งเสร็จสมบูรณ์ และตัดสินใจจับจองยูนิตได้ทันทีพร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ยูนิตที่ถูกจับจองตลอดเดือนธันวาคมนี้ (จำนวนจำกัด) ลูกค้าจะได้รับไอโฟน 7 และเฟอร์นิเจอร์แพ็กเกจรวมมูลค่าสูงสุดถึง 350,000 บาท สภาพความคึกคัก ณ สำนักงานขายซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าโครงการ อาจอนุมานได้ว่าเป็นผลจากรายการส่งเสริมการขายในช่วง pre-sale แต่ทว่า ข้อเท็จจริงที่ทำให้ตัวแทนขายสามารถปิดการขายลูกค้าแต่ละรายได้อย่างรวดเร็ว กลับมาจาก ความพิเศษของทำเลถนนจันทน์ ซอย 9


สุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจแอลแอล (ประเทศไทย) จำกัด วิเคราะห์เหตุผลที่ถนนจันทน์ ซอย 9 ดึงดูดใจให้ลูกค้าตัดสินใจเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมหรูที่เปิดตัวในช่วงปลายปี 2559 ซึ่งถือว่าสภาพตลาดทั่วไปยังอยู่ในภาวะนิ่งซึม

1. ถนนจันทน์ เป็น Office node ที่สำคัญของศูนย์กลางธุรกิจขนาดใหญ่ของกรุงเทพฯ

ถนนจันทน์เป็นพื้นที่ศูนย์รวมของเครือข่ายกลุ่มอาคารสำนักงานขนาดใหญ่เกรดเอ ลองไล่ชื่อมาก็จะรู้จักกันดี เช่น เอ็มไพร์ทาวเวอร์ สาทรสแควร์ บางกอกซิตี้ทาวเวอร์ สาทรซิตี้ เอไอเอ ประมาณการว่ามีพื้นที่อาคารสำนักงานอยู่มากกว่า 1.5 ล้านตารางเมตร ยังมีกลุ่มธุรกิจโรงแรมอีกหลายระดับรายรอบพื้นที่นี้ ทั้งโรงแรม 5 ดาว เช่น โรงแรมสุโขทัย โรงแรมโซ โซฟิเทลสาทร ไล่ลงไปถึง 4 ดาว 3 ดาว ไปจนถึงโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel) ทำให้พื้นที่ CBD และย่านใกล้เคียงมีความเคลื่อนไหวในกิจกรรมทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูง


2. ถนนจันทน์ เป็นจุดเชื่อมต่อโครงข่ายการคมนาคมที่สะดวกสบาย

ถนนจันทน์ทั้งเส้นยาวเพียง 7 กิโลเมตร เป็นเส้นทางคู่ขนานกับถนนสาทรเชื่อมต่อด้านต้นซอยที่ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ท้ายซอยออกสู่ถนนเจริญกรุง และมีเส้นทางลัดทะลุซอยเซนต์หลุยส์ออกสู่ถนนสาทรช่วงต้นได้อีก ถนนจันทน์จึงเหมือนอยู่ตรงกลาง แวดล้อมด้วยถนนสาทร ถนนเจริญกรุง และใกล้ริมแม่น้ำด้วย พูดถึงทางด่วนก็สะดวกมาก มีจุดขึ้นลงทางด่วนสาธุประดิษฐ์ 1 และทางด่วนศรีรัช (ขั้นที่ 2) ซึ่งใช้จุดขึ้นลงตรงถนนจันทน์ หรือหากจะไปทางด่วนขั้นที่ 1 ก็ใช้จุดขึ้นลงทางด่วนพระราม 3–นางลิ้นจี่ ก็สามารถเดินทางเข้า-ออกตัวเมืองได้อย่างสะดวกรวดเร็ว แม้ไม่ขับรถยนต์ส่วนตัวก็สามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะได้สะดวกที่ BRT สถานีสาทร และ BTS สถานีช่องนนทรี

3. ราคาดึงดูด ต่อตารางเมตรต่ำกว่าย่าน CBD เกือบเท่าตัว

ถนนจันทน์เป็นทำเลใกล้ชิดติด CBD ผู้ซื้อใช้เงินน้อยกว่าแต่ได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกจากสาธารณูปโภคเทียบเท่ากันทั้งการคมนาคม และการใช้ชีวิต เจแอลแอล ระบุว่า คอนโดมิเนียมใหม่ไฮเอนด์ในทำเลตามแนวรถไฟฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ อาทิ ย่านสาทร สุขุมวิท และวิทยุ ราคาเปิดตัวเฉลี่ยอยู่ที่ 250,000 บาท/ตารางเมตร ส่วนคอนโดมิเนียมระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรีก็ทำราคาเปิดตัวพุ่งแตะระดับ 300,000 บาท/ตารางเมตรไปแล้ว ในขณะที่ โครงการเมลานี แบงคอก ถนนจันทน์ ซอย 9 เปิดราคาอยู่ที่ 110,000-130,000 บาท/ตารางเมตร ในราคาเริ่มต้น 3.85 ล้านบาท เป็นใครก็คงไม่รีรอแล้วล่ะ

4. คุ้มค่าการลงทุน

เส้นทางถนนจันทน์แม้ไม่ยาวนัก แต่ใช่ว่าทุกทำเลบนถนนจันทน์จะเป็นทำเลพิเศษ โครงการเมลานี แบงคอก จึงเป็นโครงการเดียวที่พัฒนาที่ดินในทำเลพิเศษที่อาจหาไม่ได้อีกแล้วบนถนนจันทน์ ด้วยความที่เป็นย่านชุมชนเก่า การจะหาที่ดินแปลงใหญ่พอให้ขึ้นโครงการตึกสูงได้นั้นนับว่ายากมาก หรือหากจะมีโครงการใหม่ก็อาจจะเป็นทำเลที่อยู่ในซอยลึกเข้าไปอีก ทำเลถนนจันทน์ซอย 9 จึงเหมาะเจาะสำหรับอยู่อาศัยใกล้แหล่งธุรกิจ สำหรับนักธุรกิจชั้นนำและคนยุคใหม่ที่ต้องการที่พักอาศัยคุณภาพดีมีพื้นที่สีเขียว และการออกแบบพื้นที่ใช้สอยที่คุ้มค่าจริงๆ

ว่ากันเรื่องทำเลพิเศษกันไปแล้ว ซึ่งถือเป็นการให้คะแนนมากที่สุดของลูกค้าก่อนตัดสินใจจองยูนิต ยังมีเรื่องของตัวสินค้าที่ใช้การออกแบบอาคารที่สวยงาม ใช้วัสดุอุปกรณ์คุณภาพพรีเมียมในการตกแต่งบ่งบอกสไตล์และความมีรสนิยม ทั้งยังดีไซน์ฟังก์ชั่นที่ลงตัวบนพื้นที่ 35 ตารางเมตรกับการอยู่อาศัยที่สะดวก และมีความเป็นส่วนตัวสูงสุดด้วยจำนวนยูนิตเพียง 123 ยูนิต กับความสูงอาคารเพียง 8 ชั้น และมีชั้นใต้ดินอีกชั้นครึ่งใช้เป็นที่จอดรถเพียงพอกับจำนวนลูกบ้าน นับเป็นความโดดเด่นของคอนโดมิเนียมยุคใหม่ที่อยู่ในความสนใจตอนนี้

เจแอลแอล ยังฝากไว้อีกนิด สำหรับใครที่คิดจะซื้อเพื่อลงทุน ราคาเฉลี่ยการปล่อยเช่าห้องชุดระดับนี้อยู่ที่ 15,000-20,000 บาท/เดือน คำนวณคร่าวๆ จะได้ตัวเลขผลตอบแทนเบ็ดเสร็จไม่ต่ำกว่า 5-6% ต่อปี หรือถ้าจองซื้อวันนี้และวางแผนจะเปลี่ยนมือเจ้าของในอีกสามปีห้าปีข้างหน้าเมื่อโครงการสร้างเสร็จ ราคาต่อยูนิตก็จะวิ่งไปที่อย่างต่ำคือ 150,000 บาท/ ตารางเมตรแล้ว คิดยังไงก็คุ้ม

สำนักงานขายโครงการเมลานี แบงคอก จึงคึกคักอยู่ตลอดเวลา
เชิญแวะไปเยี่ยมชม Sales Gallery ได้แล้ววันนี้ที่ถนนจันทน์ ซอย 9