เจาะทำเลถนนจันทน์-สาทรซัพพลายใหม่ผุดแจ้งเกิด', 'แม้ถนนจันทน์จะไม่ใช่สุดยอดทำเลใจกลางย่านธุรกิจ ทั้งยังไม่ใช่ทำเลที่อยู่ติดหรือใกล้กับเส้นทางรถไฟฟ้า แต่ถนนจันทน์ช่วงต้นเป็นย่านพักอาศัยที่อยู่ใกล้แหล่งธุรกิจชั้นนำย่านถนนสาทร-สีลมมากที่สุด ', '

เจาะทำเลถนนจันทน์-สาทรซัพพลายใหม่ผุดแจ้งเกิด
 

แม้ถนนจันทน์จะไม่ใช่สุดยอดทำเลใจกลางย่านธุรกิจ ทั้งยังไม่ใช่ทำเลที่อยู่ติดหรือใกล้กับเส้นทางรถไฟฟ้า แต่ถนนจันทน์ช่วงต้นเป็นย่านพักอาศัยที่อยู่ใกล้แหล่งธุรกิจชั้นนำย่านถนนสาทร-สีลมมากที่สุด ดังนั้น ผู้อยู่อาศัยในย่านนั้น ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของอาคารพาณิชย์เก่า ซึ่งได้มีการขยายตัวมาจากถนนเจริญกรุงและเยาวราชจึงเป็นกลุ่มผู้อยู่อาศัยที่มีกำลังซื้อสูงเพราะเป็นเจ้าของกิจการหลากหลายประเภทรวมทั้งเป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อการค้า นักธุรกิจไทยเชื้อสายจีนเหล่านี้ต่างส่งไม้ต่อผ่านกิจการครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่นมายังลูกหลานเป็นคนยุคใหม่แต่ยังอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวใหญ่เพื่อดูแลกิจการของครอบครัว

ขณะเดียวกัน ย่านถนนจันทน์ – สาทร เป็นตลาดออฟฟิศที่มีพื้นที่เช่ากว่า 1.5 แสนล้านตารางเมตรที่เกิดขึ้นในย่านนี้ ประกอบกับ มีโรงแรม 4- 5 ดาว สถานศึกษาชั้นนำ ห้างสรรพสินค้า รวมถึงการเชื่อมต่อด้านการคมนาคมที่ลงตัว โดยรถ BRT สถานีถนนจันทน์ วิ่งผ่านถนนนราธิวาสราชนครินทร์ เข้าสู่เส้นสาทร ถนนสีลม ถนนพระราม 4 ในอนาคตมีแผนปรับจาก BRT ให้เป็นโครงการรถไฟฟ้ารางเดี่ยว ( Monorail)

สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในทำเลถนนจันทน์-สาทร เป็นทำเลที่มีศักยภาพซึ่งมีจำนวนซัพพลายเกิดใหม่บ้างเล็กน้อย แต่คงไม่เกิดใหม่เหมือนย่านสุขุมวิท และ จำนวนยูนิตเหลือขายไม่มาก ปัจจุบันระดับราคาขายจะอยู่ที่ 130,000-140,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งถ้ามีการลงทุนโดยการปล่อยเช่าจะสามารถปล่อยเช่าได้เฉลี่ย 600 บาทต่อตารางเมตร ขณะที่ตลาดปล่อยเช่า เช่น อพาร์ทเม้นท์ สามารถปล่อยเช่าได้ที่ 10,000-15,000 บาทต่อเดือน ซึ่งไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าแต่ในแง่ของการลงทุนปล่อยคอนโดมิเนียมในย่านนี้ ยังมีดีมานด์ดีต่อเนื่อง และเหมาะกับการลงทุนปล่อยเช่าระยะยาว ซึ่งเชื่อว่าผลตอบแทนที่ได้รับค่อนข้างสูงในอนาคต

บริษัท ไพร์มเกท เรียลตี้ จำกัด เครือบริษัท ฮัสกี้ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอชั่น จำกัด ผู้ผลิตกระเป๋าภายใต้แบรนด์”ฮัสกี้ส์” เรียกได้ว่าเป็นบริษัทอสังหาฯ หน้าใหม่ ที่หันมาลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นครั้งแรก โดยการพัฒนาคอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์ “เมลานี แบงคอก” ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท และมีแผนเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 30 ล้านบาทในเร็ว ๆ นี้ โดยมองว่าเป็นโอกาสที่จะสามารถผลักดันรายได้ของบริษัทให้เติบโตในทิศทางที่ดีได้ ซึ่งจะมุ่งเน้นการพัฒนาทั้งโครงการแนวราบและแนวสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละทำเล

เมลานี แบงคอก” (Melanie Bangkok) เป็นคอนโดมิเนียมใหม่ สูง 8 ชั้น บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ ตั้งอยู่บนถนนจันทน์-สาทร จำนวน 123 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 3.8 ล้านบาท หรือต่อตารางเมตร 110,000 – 130,000 บาท ขนาดห้องตั้งแต่ 27 – 77 ตารางเมตรพร้อมที่จอดรถ 60% มูลค่าโครงการ 760 ล้านบาท โดยจะเปิดขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ โดยตั้งเป้ามียอดขายในวันพรีเซล 40-50% สำหรับตัวโครงการอยู่ระหว่างการยื่นขอ EIA จะเริ่มก่อสร้างได้ไตรมาส 3 ปี’60 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี’62

ส่วนแผนในอนาคต 3 – 5 ปีข้างหน้านั้น มองว่าจะค่อยๆเพิ่มสัดส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้มากขึ้น ปัจจุบันมีที่ดินรองรับการพัฒนาโครงการใหม่อยู่หลายแปลง ประกอบ ทำเลบางบัวทอง ประมาณ 40 ไร่ คาดว่าจะพัฒนาเป็นโครงการแนวราบ โดยจะแบ่งการพัฒนาเป็นเฟส ย่านมีนบุรี 2 ไร่ พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมไฮไลท์ และย่านไทรน้อย อีก 16 ไร่ ซึ่งในปี’60 จะหยิบจับที่ดินใน 3 ทำเลนี้มาพัฒนาโครงการก่อน และมีความเป็นไปได้ว่าจะซื้อที่ดินเพิ่มด้วย

อนึ่ง สำหรับธุรกิจกระเป๋านั้น ปัจจุบันบริษัทมียอดขายจากธุรกิจดังกล่าวประมาณ 80-100 ล้านบาท มีสัดส่วนขายในประเทศที่ 70% และส่งออก 30%

MELANIE per 10a Final 8-9-59

 

อัพเดท ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่ หรือใครกำลังมองหาบ้านและคอนโดก็สามารถดูรีวิวโครงการใหม่ได้ที่นี่

 

เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย สิณีวรรณ เทศปัญ กองบรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ sineewan@ddproperty.com